Tom Dyckhoff

เขียนเรื่องราวที่มีประโยชน์ สาระ วาไรตี้ เสพได้ที่นี่เลย

การตลาดที่ดี ควรเริ่มต้นที่อะไร?

Author: No Comments Share:
การตลาดที่ดี เริ่มต้นอย่างไร

หลายคนที่คิดจะทำธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เป็นการสร้างสินค้าใหม่ ใช้สินค้าเดิม หรือเพิ่มเติม feature ต่างๆ ก็คงจะต้องพบกับคำถามอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องตอบ คำถามนั้นก็คือจะทำการตลาดอย่างไร…ให้ work และตรงจุด

แน่นอนว่าการทำการตลาดนั้น คงต้องมีหลักเกณฑ์ และจุดเริ่มต้นที่เราควรคำนึงถึง ซึ่งวันนี้ผมจะขอนำหน้าที่แนะนำแนวทางนั้นให้กับทุกคน แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนน่ะครับว่าที่ผมจะเล่าทั้งหมดนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวทั้งนั้น และผมก็เห็นว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับ start up ที่กำลังมองหาหนทางการตลาดอยู่จึงนำมาแบ่งปันกัน

คำถามแรกและคำถามที่สำคัญที่สุด ที่จำเป็นต้องตอบเพื่อให้แผนการตลาดของคุณบรรลุผลคือ….

“ใครคือลูกค้าของคุณ?” ใช่ครับ คำถามสั่นๆ ง่ายๆ เท่านี้แหละครับ เพราะหากเราพิจารณาดีๆแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำในธุรกิจก็เพื่อลูกค้า…ใช่ไหมล่ะครับ ฉะนั้นหากเรารู้ว่าลูกค้าเราคือใคร เราก็จะสามารถทำการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าเราได้มากขึ้น และที่สำคัญคือ ดีขึ้นด้วย

ที่พูดว่าใครคือลูกค้า ไม่ได้หมายความว่าเป็นคุณเอ หรือคุณต่อ เป็นผู้ชาย หรือผู้หญิง เป็นคนไทยหรือต่างชาติ เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เท่านั้น แต่หมายถึงทั้งหมดที่กล่าวมา และลงรายละเอียดให้มากกว่านั้นด้วย เช่น เป็นคนชอบเล่นกีฬา และชอบท่องเทียว ดูหนังรักเป็นประจำ เรียนระดับปริญญาโท ชอบเดินเล่นสยาม เป็นคนใจร้อน ใช้ macbook pro กับ Iphone X ชอบเม้นท์กระทู้พันทิพย์ และติดเฟสบุกงอมแงม

Social Media Marketing

… เพราะข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณทำการตลาดให้ได้ดีขึ้น

ลองคิดดูว่าหากคุณไม่รู้จักลูกค้าของคุณหรือไม่รู้นิสัยและพฤฒิกรรมต่างๆ อย่าว่าแต่จะทำการตลาดให้โดนใจเลย แค่จะเข้าถึงลูกค้าก็ยังยากเลย และที่สำคัญอาจไม่บรรลุผล คุณลองคิดดูว่าหากคุณไม่รู้ว่าลูกค้าอ่านหนังสืออะไร คุณจะลงโฆษณาที่ไหน และให้ใครอ่าน หากไม่รู้ว่าเขาชอบเดินเล่นที่ไหน แล้วคุณจะวางขายสินค้าที่ไหน หากคุณไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร แล้วคุณจะพัฒนาสินค้าอย่างไร และหากคุณไม่รู้ว่าเขาชอบอะไรคุณจะแถมสินค้าประเภทไหน

หากคุณไม่รู้ว่าเขาชอบสื่อสารทางไหน คุณจะ connect กับเขาอย่างไร และหากคุณไม่รู้ว่าอะไรที่เขาไม่ให้ความสำคัญ และอะไรที่เขาให้ความสำคัญคุณจะลดต้นทุนการผลิดโดยการตัดสิ่งที่ไม่สร้างประโยชน์ออก และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าโดยเพิ่มสิ่งที่เขาต้องการเข้าไปอย่างไร ???

และท้ายที่สุดหากไม่รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรในสินค้าคุณ คุณจะพัฒนาสินค้าของคุณอย่างไร …เห็นไหมล่ะครับว่าการรู้จักลูกค้าเป็นเรื่องที่สำคัญจนมองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว

การรู้ข้อมูลลูกค้าก็เปรียบเสมือนการได้รับอาวุธสำคัญในการแข่งขัน

หลายกิจการถึงกับทำการซื้อข้อมูลเหล่านี้เพราะไปพัฒนาการทำการตลาดของตนเลยเดียว อย่างในต่างประเทศ (และอาจรวมไปถึงในประเทศไทยด้วย) การซื้อของในร้านค้าต่างๆที่เราทำการซื้อผ่านบัตรสมาชิกนั้นจะถูกนำไปประมวลผลและวิเคราะว่าพฤติกรรมลูกค้าเป็นเช่นไร

เช่นลูกค้าที่ชอบซื้อนมเปรียวอาจชอบซื้อไอติมด้วย และคนกลุ่มนี้อาจชอบซื้ออาหารสำเร็จรูปประมาณ 3 ใน 4 เมื่อรู้เช่นนี้ทางร้านก็จะจัดเรียงนมเปรียวให้ใกล้กับตู้แช่ไอติม และอาจแถมคูปองส่วนลดอาหารสำเร็จรูปอีกด้วย

ที่สำคัญข้อมูลพวกนี้ก็มักจะขายได้อีกด้วยโดยบริษัทไอติมที่ซื้อข้อมูลโดยรวมไป หากทำการวิเคราะก็จะเห็นความสัมพันธ์นี้ และเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายทางบริษัทก็จะทำการซื้อที่จัดวางไอติมที่ใกล้ตู้นมเปรียวที่สุดโดยให้ใกล้กว่าตู้ของคู่แข่งรายอื่น ซึ่งจะทำให้ผู้ที่รู้จักลูกค้าเห็นไหมครับว่าการรู้จักลูกค้าช่วยเราให้พัฒนาช่องทางการตลาด และเพิ่มโอกาสของเราได้

จากตัวอย่างที่ผมเล่าไปในย่อหน้าก่อนหน้า หากคุณรู้ว่าลูกค้าคุณส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เป็นคนไทย ชอบท่องเที่ยว คุณก็จะรู้ว่าช่องทางที่จะเข้าถึงลูกค้าได้น่าจะเป็นผ่านเว็บท่องเที่ยว และหากเป็น page ท่องเที่ยวบน facebook อาจยิ่งดีเข้าไปใหญ่

ช้อมูล สำคัญมากสำหรับทำการตลาด

ช่วงแรกก็ไม่จำเป็นต้องไปเน้นเรื่องภาษาต่างประเทศ

เพราะลูกค้าต่างชาติอาจจะยังมีน้อย และที่สำคัญคุณอาจมีผู้ช่วยไปคอยตอบกระทู้ในพันทิพย์เพื่อเรียนรู้ลูกค้าเพิ่มเติม นอกจากนี้ก็ต้องดูว่า page ของคุณต้องมี mobile version หรือหากจำเป็นอาจต้องมี mobile app สำหรับ iOS เลยก็ได้

เห็นไหมครับว่าการที่คุณรู้จักลูกค้านั้นนอกจากทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิ์ภาพขึ้น นอกจากนี้คุณอาจ promote สินค้าด้วยการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวหรือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว บัตรกำนันร้านอาหารในแถมสยาม หรือชวนเขาพูดคุยเรื่องกีฬาในช่วงการแข่งขันกีฬาก็ได้เพื่อส่งเสริม brand loyalty และ customer engagement และสุดท้ายคุณอาจใช้ความรู้จักลูกค้าเพื่อพัฒนาสินค้าด้วย

เช่นลูกค้าเป็นคนใจร้อน วัยรุ่น คุณก็จะรู้ว่าควรแต่งหน้าเว็บให้โหลดไว้ อาจใช้ CSS ในการแต่งมากกว่า flash และใช้ภาพที่ปรับลดขนาดแล้ว ส่วนการบริการหรือส่งสินค้าก็ต้องทำให้รวดเร็ว ทันใจ

หรือหากช้าก็ควรคิดกิจกรรมหรือ process อื่นๆเพื่อ engage ลูกค้าระหว่างการ deliver งานเช่น ส่ง sms เตื่อนกระบวนการทำงาน และความคืบหน้าเป็นระยะ

การอธิบายรายละเอียดการใช้งานเบื้องต้นอาจไม่จำเป็น!

เพราะคนใจร้อนมักไม่ชอบนั่งฟังหรือดูอะไรหน้าเบื่อ และที่สำคัญเขาอาจจะรู้อยู่แล้วหรือทำความเข้าใจเองได้เพราะระดับการศึกษาเฉลี่ยอยู่ในระดับปริญญาโท เป็นต้น

ทีนี้ทุกท่านน่าจะพอเห็นภาพกันแล้วน่ะครับว่าการรู้จักลูกค้าช่วยให้เราทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพและตรงจุดมากกว่า แต่ปัญหาใหญ่ที่มักเป็นอุปสรรค์ในการทำการตลาดคือการเรียนรู้ว่าลูกค้าเราเป็นใคร หรือจะเป็นใครมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้จะยาก และลำบาก มันก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำครับ หากอยากประสพความสำเร็จ

ในรายการ SME ตีแตกปีที่ผ่านมา คำถามรอบ SME ตีแตก of the year มีคำถามอยู่ว่า..

“คุณคิดว่าอะไรคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดทำให้การดำเนินธุรกิจของคุณยั่งยืน”

มีคนที่ตอบว่า ความซื่อสัตย์บ้าง ความรักบ้าง

ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่าใครตอบถูกที่สุด หรือใครตอบผิด เพราะทุกสิ่งที่พูดมาล้วนมีประเด็น แต่สำหรับผมสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรู้จัก และรู้ความต้องการของลูกค้านั้นเอง

นับจากนาทีนี้ขอให้ทุกคนมาเริ่มเรียนรู้ และทำความรู้จักกับลูกค้ากันเถอะครับ … โชคดีในการทำธุรกิจครับ

Previous Article

Business Model อีกหนึ่งปัจจัยที่ Start Up ควรใส่ใจ

 

You may also like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *